คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยเยือนจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นทางการ

Bangkok, 19/08/2020 - 05:52, UNIQUE ID: 200819_2
Press releases

ในวันที่ 17-18 สิงหาคมที่ผ่านมา ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางโอลก้า ตาปิโอลา ผู้เป็นภริยา ได้เยือนจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันของจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือของประเทศไทย โดยในการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ท่านเอกอัครราชทูตได้เยี่ยมคารวะนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และติดตามความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูความเสียหายจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรป รวมถึงโครงการพัฒนาที่มุ่งเน้นในการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมของผู้คนกลุ่มต่างๆ ในจังหวัด

(For the English language version, please click here; สำหรับข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยในรูปแบบ PDF โปรดคลิก PDF iconChiang Rai Press Release_TH.pdf)

ในระหว่างการเยี่ยมคารวะนั้น ท่านเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ปรึกษาหารือด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยในอนาคต และแลกเปลี่ยนมุมมองการฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจและสังคมซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย เนื่องจากเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสหภาพยุโรปจากโครงการพัฒนาและแลกเปลี่ยนทางการค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนชาวไทยภูเขาในเชียงใหม่และเชียงรายในโครงการพัฒนาของจังหวัด (2556-2560) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรป รวมไปถึงกลุ่มอนุรักษ์ป่าบุญเรือง (2558-2561) ที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFTC) และเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และการขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ที่ได้รับการคุ้มครองในสหภาพยุโรป

ท่านเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยยังได้เยี่ยมชมโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนักในประเทศไทยนั้น จังหวัดเชียงรายมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพียงแค่ 9 ราย แต่การแพร่ระบาดก็ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้เปิดตัวโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยงบดำเนินการกว่า 2.6 ล้านยูโร (90 ล้านบาท) โดย 3 จุดประสงค์หลักของโครงการนี้คือการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน การฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชนที่ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

โครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนที่เป็นโครงการระดับประเทศ มีขอบเขตการทำงานครอบคลุม 38 จังหวัดของประเทศไทย โครงการนี้ดำเนินงานโดยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (HOMENET) และมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) โดยในจังหวัดเชียงราย ทางโครงการได้เข้าฟื้นฟูและช่วยเหลือแรงงานท้องถิ่นที่ผลิตสินค้าทำมือและจำหน่ายในถนนคนเดินเชียงราย หรือ กาดเจียงฮายรำลึก เพราะแรงงานกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการมาตรการล็อกดาวน์และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง

ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักแก่ผู้คนนับล้านรอบโลก และยังเป็นวิกฤตการณ์ที่สร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างไม่มีใครคาดคิด โครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยของสหภาพยุโรปนั้นมีเป้าหมายที่จะช่วยฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน การฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชน เรามุ่งหวังให้ชุมชนเหล่านี้สามารถกลับมาพึ่งพาตนเองได้อย่างรวดเร็วที่สุด และมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

นอกจากนี้ ท่านเอกอัครราชทูตยังได้เยี่ยมชมสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของอุตสาหกรรมชาและกาแฟที่สร้างผลกระทบในทางบวกแก่การพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมในภาคเหนือของประเทศไทย ที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท่านเอกอัครราชทูตยังร่วมสังเกตการทำงานต่างๆ ของโครงการพัฒนาดอยตุงที่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างโอกาสด้านรายได้ การลดปัญหาความยากจนในท้องที่ รวมไปถึงการขจัดปัญหายาเสพติด และความขัดแย้ง ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา ยังได้เยี่ยมชมการผลิตกาแฟดอยตุง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) โดยสหภาพยุโรป รวมไปถึงการเยี่ยมชมโรงทอผ้าในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซึ่งผลิตสินค้าคุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภคในทวีปยุโรปผ่านโครงการร่วมมือกับอิเกีย

“การมาทำภารกิจนอกเมืองหลวงเช่นนี้ถือว่าสำคัญอย่างมากสำหรับนักการทูตทุกท่าน เพราะเป็นโอกาสที่จะได้เข้าใจประเทศที่ตนเข้ามาพำนักและทำงานได้ดียิ่งขึ้น” ท่านเอกอัครราชทูตกล่าว “นอกจากความสำคัญต่อประเทศไทยในด้านวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจแล้ว จังหวัดเชียงรายอันสวยงามยังมีความสำคัญต่อสหภาพยุโรปเช่นกัน ข้าพเจ้าเองมีความยินดีอย่างมากที่ได้เห็นสหภาพยุโรปให้การช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังยินดีที่ได้เห็นความสำเร็จของสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ รวมถึงโอกาสที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปและจังหวัดเชียงราย ทัังที่มีอยู่แล้ว และที่อาจมีเพิ่มเติมในอนาคต ในการเดินทางมาครั้งนี้”

สหภาพยุโรป
สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีสันติภาพ เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งลงทุนจากต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้บริจาคความช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยถือเป็น 55 เปอร์เซ็นต์ของการบริจาคทั้งหมด ในการรับมือกับการแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น สหภาพยุโรปได้จัดตั้งงบประมาณ “ทีมยุโรป” จำนวน 800 ล้านยูโร (28,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ทั้งในด้านสุขภาพ นํ้า และระบบสุขาภิบาล รวมไปถึงการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการแพร่ระบาดอีกด้วย

ติดต่อ:
สิริวัฒน์ โพธิ์กระเจน Press and Information Assistant
อีเมล์: Siriwat.POKRAJEN@ext.eeas.europa.eu
โทร: 02-305-2662

บทบรรณาธิการ: