Delegation of the European Union to Thailand

แถลงการณ์ร่วมของผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรปและเลขาธิการคณะมนตรียุโรป เนื่องในวันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรป 10 ตุลาคม 2562

Brussels, 10/10/2019 - 04:01, UNIQUE ID: 191010_11
Joint Statements

สหภาพยุโรปและคณะมนตรียุโรป ขอแสดงจุดยืนในอันที่จะคัดค้านโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะในเวลาหรือสถานการณ์ใด เพราะเราเห็นว่าโทษประหารนั้นเป็นการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมวลมนุษย์อีกด้วย การลงโทษประหารชีวิตเปรียบเสมือนการแก้แค้น หาใช่การดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมไม่ และการยกเลิกโทษประหารนั้นจะมีส่วนอย่างยิ่งในการเพิ่มพูนศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์

สหภาพยุโรปและคณะมนตรียุโรป  ขอแสดงจุดยืนในอันที่จะคัดค้านโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะในเวลาหรือสถานการณ์ใด   เพราะเราเห็นว่าโทษประหารนั้นเป็นการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย  ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์   อีกทั้งยังเป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมวลมนุษย์อีกด้วย     การลงโทษประหารชีวิตเปรียบเสมือนการแก้แค้น  หาใช่การดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมไม่  และการยกเลิกโทษประหารนั้นจะมีส่วนอย่างยิ่งในการเพิ่มพูนศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์  

และเราก็หาใช่เพียงกลุ่มประเทศเดียวที่เห็นเช่นนั้น   ปัจจุบันนี้    มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากถึง 142 ประเทศที่ได้ยุติการลงโทษด้วยการประหารชีวิต  คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงร้อยละ 74 ของสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมด  โดยประเทศเหล่านั้นได้ดำเนินมาตรการต่างๆ กันไป  บ้างก็ถอดโทษประหารออกจากประมวลกฎหมายอาญาโดยสิ้นเชิง  บ้างก็ไม่สั่งการให้ประหารชีวิตนักโทษมาเป็นเวลาเนิ่นนานถึงแม้ว่าโทษนั้นจะยังมีอยู่ในตัวบทกฎหมาย   ขณะเดียวกัน  แนวโน้มที่ประเทศต่างๆ จะหันมายุติการใช้โทษประหารนั้นก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  ดังจะเห็นได้จากการที่จำนวนการตัดสินลงโทษประหารในโลกรวมทั้งจำนวนนักโทษที่ถูกประหารโดยรวมต่างก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ      ในปี 2561 มีเพียง 20 ประเทศเท่านั้นที่ทำการประหารชีวิตนักโทษ คิดเป็นอัตราส่วนเพียงแค่ร้อยละ 10 ของโลก  ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

ในโอกาสนี้  คณะมนตรียุโรปจึงขอเรียกร้องต่อสมาชิกประเทศที่ยังมิได้ลงสัตยาบันในพิธีสารฉบับที่ 6 13 ของอนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน  ให้ดำเนินการลงสัตยาบันโดยไม่ชักช้า   ทั้งนี้  คณะมนตรียุโรปและสหภาพยุโรปหวังว่าเบลารุสจะเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประชาคมโลก   และเลือกที่จะทดแทนการแก้แค้นด้วยการปกป้องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์โดยการยุติโทษประหาร      สำหรับประเทศหรือนครรัฐที่มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์แห่งคณะมนตรียุโรปซึ่งยังคงโทษประหารชีวิตไว้    เราก็หวังว่าประเทศเหล่านั้นจะเข้าร่วมการสนทนาแลกเปลี่ยนเพื่อหาลู่ทางสำหรับลดอุปสรรคต่างๆ  เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการยุติโทษประหารชีวิตได้ในท้ายที่สุด     

นอกจากนี้  สหภาพยุโรปและคณะมนตรียุโรปยังปรารถนาที่จะเห็นประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นภาคีของพันธมิตรเพื่อยุติการค้าที่สนับสนุนการประหารชีวิต (Alliance for Torture-Free Trade)  ซึ่งปัจจุบันนี้มีประเทศถึง 62 ประเทศแล้วที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเข้าร่วม  เพื่อยุติการส่งออกสินค้าที่จะมีทำให้การทรมานหรือการประหารชีวิตนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น   ความร่วมมือในระดับสากลเพื่อยุติโทษประหารนั้นจะสามารถดลบันดาลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้   ในขณะเดียวกัน  ความร่วมมือในลักษณะนี้ก็ยังมีส่วนช่วยในการต่อต้านองค์การอาชญากรรมข้ามชาติ  เพราะประเทศที่ยุติโทษประหารแล้วมักจะไม่ส่งผู้ต้องหากลับไปยังประเทศที่พวกเขาอาจถูกลงโทษประหารชีวิตได้     

มีประชาชนและผู้นำจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างที่ว่าโทษประหารจะช่วยลดอาชญากรรมได้มากกว่าโทษประเภทอื่นๆ   รวมทั้งไม่เห็นด้วยว่าการประหารชีวิตคนนั้นจะส่งผลในเชิงบวกต่อความปลอดภัยของสาธารณชน    มีการศึกษาวิจัยมากมายที่พบว่า   คนที่ได้รับโทษประหารส่วนใหญ่นั้นคือผู้ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคนที่เปราะบาง  เพราะเขาไม่มีปัจจัยมากพอที่จะจัดหาทนายดีๆ มาช่วยว่าความให้ได้     ในขณะเดียวกัน  ผู้ต้องขังที่รอการประหารนั้นก็จัดเป็นกลุ่มคนที่เรียกว่าคนชายขอบ หรือกลุ่มคนที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเขาไม่มีอำนาจต่อรองเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง

นอกจากตัวนักโทษเองแล้ว  ครอบครัวของเขาก็ต้องได้รับผลกระทบจากการลงโทษที่โหดร้ายนี้ด้วยเช่นกัน    และคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบก็คือเด็กๆ ที่เป็นบุตรหลานของผู้ถูกลงโทษประหาร   การไม่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เหล่านี้หรือสมาชิกครอบครัวของเขาได้ทำการฝังหรือเผาบุพการีของเขาเองนั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่ง  โดยเฉพาะสิทธิที่จะอยู่โดยปราศจากการลงโทษที่โหดร้าย  ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์    เด็กๆที่พ่อแม่ถูกประหารนั้นมักจะเกิดบาดแผลทางจิตใจที่ลึกและกินเวลายาวนาน  เขาเหล่านั้นคือผู้ที่จะบอกเราได้ดีที่สุดถึงผลกระทบจากโทษประหารที่มีต่อบุคคลอื่นนอกเหนือจากตัวนักโทษเอง  เพราะเขาได้กลายเป็นเหยื่อของโทษประหารที่ไม่มีใครมองเห็น    

สหภาพยุโรปและคณะมนตรียุโรป  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดโอกาสให้สังคมได้ถกเถียงและแลกเปลี่ยนเหตุผลว่าด้วยการคงหรือล้มเลิกโทษประหารกันอย่างกว้างขวาง    เราพบว่าในประเทศใดก็ตามที่คนในสังคมมีโอกาสได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการประหารชีวิตนักโทษและได้รับฟังเหตุผลที่ฝ่ายต่างๆ ยกมาสนับสนุนการรณรงค์ให้ยุติโทษประหารมากขึ้น    ประเทศนั้นก็มักจะเห็นด้วยกับการยุติโทษประหาร    

 

Editorial Sections: