Delegation of the European Union to Cuba

สหภาพยุโรปจัดงานฉายหนังสารคดีและเสวนา เนื่องในวันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรป

Bangkok, 07/10/2020 - 05:59, UNIQUE ID: 201007_1
Press releases

ในโอกาสที่วันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรปกำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้กล่าวแสดงจุดยืนของสหภาพยุโรปต่อการใช้โทษประหาร พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศที่ยังมีการใช้โทษประหารชีวิตอยู่ยกเลิกโทษดังกล่าวเสีย

(For the English language version, please click here; สำหรับข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยในรูปแบบ PDF โปรดคลิก PDF iconfinal_th_death_penalty_day_press_release.pdf)

“สหภาพยุโรปคัดค้านการใช้โทษประหารชีวิตในทุกกรณี เพราะการประหารชีวิตเป็นการลงโทษที่ทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  รวมทั้งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือสิทธิในการมีชีวิต” เอกอัครราชทูตเปียร์ก้า ตาปิโอลากล่าว “สำหรับประเทศที่ยังคงมีโทษประหารในกฎหมายอาญา  เราขอสนับสนุนให้ประเทศดังกล่าวพิจารณายกเลิกบทลงโทษดังกล่าวเสีย  ถ้าหากยังไม่สามารถยกเลิกโทษประหารได้โดยสิ้นเชิง เราก็หวังว่าประเทศเหล่านั้นจะเริ่มต้นด้วยการงดเว้นการตัดสินลงโทษประหารชีวิต  รวมทั้งพักการประหารชีวิตนักโทษที่คดีถึงที่สุดแล้วไว้ก่อนด้วย”

สหภาพยุโรปเป็นหนึ่งในสมาชิกของประชาคมโลกที่คัดค้านการใช้โทษประหารอย่างหนักแน่นมาโดยตลอด  ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปทุกประเทศล้วนแล้วแต่ต้องปฏิบัติตามหลักการว่าด้วยการเคารพต่อสิทธิในการมีชีวิตและการห้ามใช้โทษประหารแม้ในช่วงสงคราม  อันเป็นข้อผูกมัดภายใต้อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพทางการเมืองประจำทวีป  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา  สหภาพยุโรป  ซึ่งมีประชากรเกือบ 450 ล้านคนใน 27 ประเทศสมาชิกนั้น  ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดการใช้โทษประหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก   นอกจากนี้  การยุติโทษประหารชีวิตยังได้กลายมาเป็นข้อบังคับพื้นฐานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป   อีกทั้งการรณรงค์เพื่อให้มีการยุติโทษประหารก็ยังเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศและนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของสหภาพยุโรปด้วย  

“เราไม่ได้มีเจตนาที่จะสั่งสอนประเทศอื่นๆ หรือยกตนข่มผู้ใด เราเพียงอยากชี้ให้มิตรประเทศของเราเห็นว่า  ทิศทางของโลกในเรื่องการยุติโทษประหารนั้นมันเป็นไปในลักษณะที่สอดคล้องกับความเชื่อของเรา”  ท่านทูตตาปิโอลากล่าว

“ประเทศกว่าสองในสามของโลกได้ยกเลิกโทษประหารแล้วไม่ว่าจะเป็นในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติ  และประเทศที่มีการประหารชีวิตในปี พ.ศ. 2562 นั้นก็คิดเป็นสัดส่วนที่เล็กมากต่อจำนวนสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมด 193 ประเทศ  คือมีเพียงแค่ร้อยละ 10 เท่านั้น” ท่านทูตกล่าวต่อ “ถ้าคุณเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารในอนาคตอันใกล้   คุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกในการยกย่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และปกป้องสิทธิในการมีชีวิต   สำหรับผม  นั่นคือแนวทางที่ดีกว่าในการนำพาโลกของเราให้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้น”

สหภาพยุโรปต่อต้านการใช้โทษประหารผ่านการรณรงค์และช่องทางทางการทูตต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ประเทศพันธมิตรร่วมลงนามในพิธีสารเลือกรับฉบับที่ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ว่าด้วยการยกเลิกโทษประหารชีวิต)  หรือการออกกฎหมายที่มีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิกทุกประเทศมาห้ามการส่งออกสินค้าเพื่อการทรมานและเพื่อการประหารชีวิต เช่น ยากดประสาทที่ใช้สำหรับการฉีดยาเพื่อประหารนักโทษ  และเพื่อขยายแนวร่วมในการงดขายสินค้าที่มีส่วนส่งเสริมการทรมานหรือการปลิดชีวิตมนุษย์ให้กว้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2560 สหภาพยุโรปยังได้ร่วมกับประเทศอาร์เจนตินาและมองโกเลียในการจัดตั้ง Alliance for Torture-Free Trade เพื่อให้เป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อต่อต้านการค้าที่ส่งเสริมการทรมานในระดับโลก   นอกจากประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศแล้ว   ยังมีประเทศอื่นๆ อีกกว่า 30 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร  อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และอุรุกวัย เป็นต้น  

และในวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรป   คณะผู้แทนสหภาพยุโรปทั่วทุกภาคพื้นของโลกก็จะจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจุดยืนของสหภาพยุโรปต่อโทษประหาร    รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้มีการถกเถียงเกี่ยวกับความจำเป็นในการยุติโทษดังกล่าวโดยสันติและสร้างสรรค์

สำหรับในประเทศไทย  คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย   ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ และ Documentary Club    จะจัดให้มีการฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ฮากามาดะ” ตามด้วยการเสวนาในหัวข้อ “โทษประหาร: ยุติธรรมหรือความผิดพลาด”  ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม  ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ  เวลา 13.30- 16.30 น.

“สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของอียูที่จะสนับสนุนการถกเถียงในประเด็นที่เกี่ยวกับโทษประหารอย่างสร้างสรรค์” คุณวาเลรี มอร์ว็อง รองผู้อำนวยการสมาคมฝรั่งเศสกล่าว “นอกจากการฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘ฮากามาดะ’  ในวันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรปแล้ว      ในวันที่ 9 ตุลาคม สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ก็จะจัดให้มีการฉายภาพยนตร์เรื่อง ‘Apprentice (เพชฌฆาตก็ร้องไห้เป็น)’  ภาพยนตร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในระดับโลกซึ่งเป็นผลงานกำกับของ  บู จุนเฟิง ผู้กำกับมากฝีมือชาวสิงคโปร์   โดยมีผู้อำนวยการสร้างและผู้เขียนบท เรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล มาร่วมพูดคุยถามตอบกับผู้ชมอย่างใกล้ชิดอีกด้วย   เนื้อหาหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงเรื่องโทษประหารได้เป็นอย่างดี  เพราะเป็นการมองประเด็นผ่านมุมมองของเพชฌฆาต”

“คำถามว่า การประหารชีวิตยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมที่ควรถูกพูดถึงเช่นเดียวกัน”  คุณธิดา ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ก่อตั้ง Documentary Club กล่าว “สังคมที่พัฒนา คือ สังคมที่เปิดกว้างให้เราได้ถกเถียงในเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ด้วยเหตุผลหาใช่แค่การสาดอารมณ์เพียงอย่างเดียว”

“ฮากามาดะ” คือภาพยนตร์สารคดีความยาว 72 นาทีที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของนักมวยชาวญี่ปุ่นนามว่า อิวาโอะ ฮากามาดะ ผู้ถูกตัดสินโทษประหารในปี พ.ศ. 2511 จากคดีฆาตกรรมสี่ศพที่เขาไม่ได้ก่อ

ในปี พ.ศ. 2557  การค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่โดยทนายจำเลยได้ส่งผลให้ศาลชั้นต้นของญี่ปุ่นสั่งให้ปล่อยตัวฮากามาดะ   เนื่องจากศาลเห็นว่ากระบวนการพิจารณาคดีที่นำไปสู่การลงโทษประหารชีวิตเขาในอดีตนั้นมีข้อผิดพลาด   ทำให้ฮากามาดะได้รับอิสรภาพหลังจากที่ถูกจองจำมานานกว่า 47 ปี   และใช้ชีวิตกว่า 33 ปีในแดนประหาร   (จนถึงวันนี้  ฮากามาดะก็ยังเป็นผู้ครองสถิติโลกในฐานะนักโทษที่ถูกจองจำในแดนประหารเป็นเวลายาวนานที่สุด)

เรื่องราวของฮากามาดะนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีอย่างหนึ่งต่อข้อถกเถียงที่ว่า   การยุติโทษประหารจะช่วยป้องกันไม่ให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ต้องถูกทำลายในกรณีที่เกิดความผิดพลาดทางกระบวนการยุติธรรมขึ้น    นอกจากนั้น  สารคดีเรื่องนี้ยังจะแสดงให้ผู้ชมได้เห็นถึงความโหดร้ายไร้มนุษยธรรมของการประหาร   เพราะบางครั้ง การประหารก็ไม่ได้ทำให้นักโทษเสียชีวิตอย่างฉับพลันทันใดและโดยปราศจากความเจ็บปวดอย่างที่ผู้สนับสนุนโทษประหารมักจะกล่าวอ้าง

หลังจาก “ฮากามาดะ”  จบลงแล้ว   การเสวนาภายใต้หัวข้อ “โทษประหาร: ยุติธรรมหรือความผิดพลาด” ก็จะนำประเด็นด้านจริยธรรม ศีลธรรมจรรยา และสิทธิมนุษยชนที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้นำเสนอไปสนทนาต่อ   โดยการเสวนาดังกล่าวจะท้าทายคำกล่าวอ้างที่ว่าโทษประหารนั้นสามารถยับยั้งการก่ออาชญากรรมที่รุนแรงได้    รวมทั้งค้นหาคำตอบว่ายังมีทางเลือกอื่นหรือไม่ที่จะสามารถป้องกันการก่ออาชญากรรมซ้ำๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าโทษประหาร

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมรับชมภาพยนตร์และฟังการเสวนาเนื่องในวันยุติโทษประหารชีวิตสากลและยุโรปนี้   สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทั้งที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ  หรือทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ engage.eu ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของสหภาพยุโรปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   เสียงในฟิล์มของภาพยนตร์สารคดีนั้นจะเป็นเสียงในภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ  โดยมีคำบรรยายทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ   ส่วนการดำเนินการเสวนาหลังจบภาพยนตร์นั้นจะเป็นในภาษาไทย  พร้อม ๆ กับการแปลฉับพลันเป็นภาษาอังกฤษ

ติดต่อ:
สิริวัฒน์ โพธิ์กระเจน
ผู้ช่วยแผนกสื่อและข่าวสาร คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
อีเมล์: Siriwat.POKRAJEN@ext.eeas.europa.eu
โทร: 02-305-2662

บทบรรณาธิการ: